พี่-น้อง KWS@MSU

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

10 อันดับอาหารต้านมะเร็ง

1.       ผัก  - ผักมีกากใยปริมาณมาก  ซึ่งผักที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านมะเร็ง ได้แก่
v   กลุ่มผักมีสี เช่น บีทรูท ผักโขม แครอท มะเขือเทศ  ยิ่งมีสีเข้มมมากเท่าไหร่ นั่นหมายถึงว่ามีสารที่มีประโยชน์ (phytochemical) มากขึ้นเท่านั้น   รงควัตถุเหล่านี้ได้แก่ ไบโอฟลาวินอยด์ 20,000 ชนิด และแคโรทีนอยด์ 800 ชนิด ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องร่างกายและยังช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในการทำลายเซลล์มะเร็ง
v   กลุ่มกะหล่ำ เช่น กะหล่ำปลี บร็อคโคลี กะหล่ำดอก   ในผักชนิดนี้จะมีสารต้านมะเร็ง  สารที่ช่วยขจัดสารพิษ ตลอดจน อินดอล-3-คาร์บินอลและซัลโฟราเฟน
v   หัวหอม&กระเทียม  ประกอบด้วยไบโอฟลาวินอยด์หลายชนิดด้วยกัน หนึ่งในนั้นได้แก่ เคอร์ซิทิน ซึ่งสามารถเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้เป็นเซลล์ปกติได้  นอกจากนี้ยังมีสารต้านมะเร็งอื่นๆ ได้แก่ อัลลิซิน เอส-อัลลิล ซิสทีอินซีลีเนียม และสารที่เรายังไม่รู้จักอีกมากมาย   ดังนั้นจึงเป็นเรื่องดี ที่เราจะรับประทานกระเทียมและหัวหอม เป็นประจำ


2.       ปลาน้ำเย็น เช่น แซลมอน คอท แมคเคอเรล  ซาร์ดีน  ทูน่าและปลาจากทะเลน้ำลึก  ในปลา  เหล่านี้จะอุดมไปด้วยไขมัน    ที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ได้แก่ EPA (eicosapentaenoic acid) และ DHA ( docosahexaenoic acid) ซึ่งชะลอการแพร่ของมะเร็ง  กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และยังประกอบด้วยแร่ธาตุต่างๆที่พบในน้ำทะเล แต่ไม่พบในดิน

3.       ถั่ว เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วลิสง ในถั่วเหล่านี้พบว่ามีสารต้านโปรตีเอสในปริมาณสูง(มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง) นอกจากนี้ยังพบว่ามีอินโนซิทอล เฮกซาฟอสเฟต(กรดไฟตริก ซึ่งในท้องตลาด จะขายในรูปของ IP-6)  และจีเนสเตอิน (ทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเซลล์มะเร็งตีบลง)   นอกจากนี้ในถั่วยังอุดมไปด้วยกากใยที่สามารถละลายน้ำได้ ซึ่งจะช่วยในขบวนการทำความสะอาดของร่างกายตามธรรมชาติ


4.       เมล็ดธัญพืช เช่นข้าว โอ๊ต  บาร์เลย์  ข้าวโพด ข้าวสาลี  เนื่องจากเมื่อกากใยของพืชเหล่านี้แตกตัวที่ลำไส้จะเปลี่ยนเป็นกรดบิวไทริกที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง


5.       สาหร่ายทะเล  จะประกอบด้วยสารบางชนิดที่ป้องกันการติดเชื้อในทางเดินอาหาร  และยังประกอบด้วยกากใยชนิดพิเศษที่สามารถละลายน้ำได้ซึ่งจะเป็นตัวกลางในการนำไขมันอันตราย สารอนุมูลอิสระ สารพิษต่างๆออกจากลำไส้     นอกจากนี้สาหร่ายทะเลยังเป็นแหล่งของแร่ธาตุอย่างดีจากน้ำทะเล

6.       เบอร์รี่ เช่น ราสเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่  เบอร์รี่สีดำ เพราะในเบอร์รี่จะมีสารต้านมะเร็งในปริมาณสูง และยังมีกรดอัลลาจิกที่จะทำลายเซลล์มะเร็งให้ตาย


7.       โยเกิร์ต  เนื่องจากในโยเกิร์ตจะมีแบคทีเรียชนิดแลคโตบาซิลัส ที่สามารถหมักนมให้เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อทางเดินอาหารและระบบภูมิคุ้มกัน  และเนื่องจากกว่า 80% ของระบบภูมิคุ้มกันจะอยู่ที่ทางเดินอาหาร  ดังนั้นโยเกิร์ตจึงเป็นอาหารที่จัดว่าเป็นยาอายุวัฒนะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับร่างกายในการป้องการติดเชื้อและยังช่วยต้านมะเร็งอีกด้วย

8.       ชาเขียว  ประกอบด้วยคาเทชินและสารเคมีในพืชอีกหลายชนิดด้วยกัน  จากงานวิจัยของสถาบันมะเร็งแห่งชาติประเทศญี่ปุ่นและจีน พบว่าชาเขียวสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งและยังสามารถเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้เป็นเซลล์ปกติได้
หมายเหตุ  การดื่มชาเขียวให้ได้รับประโยชน์เต็มที่นั้น ต้องดื่มทันทีหลังจากชงเสร็จ เนื่องจากถ้าทิ้งไว้ชาเขียวจะทำปฎิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ  ทำให้สูญเสีย   คุณค่าไป

9.       เครื่องเทศ  -มาสตาร์ด  พริก พริกไท  กระเทียม หัวหอม  ขิง โรสแมรี่  อบเชยและเครื่องเทศอื่นๆที่ใช้ปรุงแต่งรส  สามารถต้านมะเร็งและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน


10.    น้ำสะอาด  - เป็นเรื่องแปลกที่กว่า 2 ใน 3 ของพื้นที่บนโลกและของร่างกายนั้นประกอบด้วยน้ำ  เนื่องจากน้ำนั้นเป็นเป็นสารตัวกลางสำคัญของร่างกายที่ใช้ในขบวนการต่างๆของเซลล์ อาทิเช่น ควบคุมสมดุลกรด-ด่าง  การทำความสะอาด  การขจัดสิ่งสกปรก  และยังนำพาสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่เซลล์  ตลอดจนนำของเสีย หรือสารพิษออกจากเซลล์อีกด้วย  





อาหารเพื่อความงาม

                                                          อาหารเพื่อความงาม

อาหารเพื่อความงาม (Hair&Beauty)
โดย : พ.ญ.ชนกพร  สุรชาติกำธรกุล

           กินเพื่ออยู่อย่างเดียวเห็นจะไม่พอควรมองไกลไปถึงสุขภาพด้วย อย่างที่เรา ๆ ท่าน ๆ ทราบกันดีนั่นแหละ คนเราจะมีสุขภาพดีได้นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น กรรมพันธุ์ สุขภาพจิต วิถีการดำเนินชีวิต สิ่งแวดล้อม รวมถึงอาหารการกินของเรา อาหารบางประเภท สามารถป้องกันหรือลดโอกาสการเกิดโรคบางชนิด เช่น ผักผลไม้ช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ อาทิ โรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูก ริดสีดวงทวาร เป็นต้น

           อย่างไรก็ตาม เดี๋ยวนี้เราไม่ได้คำนึงแค่กินเพื่อสุขภาพอย่างเดียว เทรนด์การกินมีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย คนรุ่นใหม่มองไปถึงว่ากินยังไงให้สวย กระแสอาหารเพื่อสุขภาพจึงขยับมาสู่อาหารเพื่อความงาม (Food for Beauty) เพื่อความสวยที่มาจากภายในสะท้อนผ่านสู่ภายนอก มิใช่ความงามจากการตกแต่งภายนอกเพียงฉาบฉวย

           อาหารมีบทบาทสำคัญกว่าที่คุณเคยคิดมากนัก จะประทินโฉมด้วยครีมบำรุงดีเลิศขนาดไหนก็คงช่วยได้ไม่มาก ถ้ายังมองข้ามความสำคัญของอาหารการกินที่ถูกต้อง ดังนั้นลองหันมาใส่ใจอาหารที่คุณรับประทาน เพื่อเสริมสร้างผิวพรรณของคุณให้สวยงาม เปล่งปลั่ง ดูอ่อนกว่าวัย เส้นผมเงางามเป็นประกาย ไม่เปราะหรือร่วงง่าย ตลอดจนมีสุขภาพเล็บที่สมบูรณ์แข็งแรง เรียกว่างามกันตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเลยทีเดียว คงมีคำถามตามมาว่าแล้วจะเริ่มต้นกินอย่างไรดี ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนค่ะ เพียงแค่คุณไม่เลือกกินเฉพาะในสิ่งที่ชอบ แต่เลือกกินให้หลากหลายเข้าไว้ นั่นก็คือรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่าง ๆ ไปช่วยบำรุงผิวพรรณ เส้นผมและเล็บของคุณให้สวยงามแข็งแรง

           สารอาหารต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกายนี่ล่ะค่ะ คือกุญแจสำคัญที่ไขไปสู่ความงาม พวกเราส่วนใหญ่มักได้ยินชื่อสารอาหารเหล่านี้กันอยู่เสมอ แต่ไม่ทราบว่าเกี่ยวพันกับความสวยงามของร่างกายของเรา

          
 อย่างแคลเซียม ชื่อนี้คงคุ้นเคยกันดี เรารู้ว่าแคลเซียมมีส่วนช่วยในการสร้างกระดูกและฟัน แต่อาจไม่ทราบว่า แคลเซียมนั้นช่วยสร้างความแข็งแรงให้เส้นผมและเล็บด้วยค่ะ สารอาหารตัวอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน ซ่อนคุณค่าที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง เป็นต้นว่า

           กรดไขมันโอเมก้า 3  ที่พบมากในปลาทะเลไทย เช่น ปลาทู ปลารัง ปลากะพง ปลาเก๋า ปลาสำลี ปลาอินทรี ปลาโอ ฯลฯ ช่วยป้องกันการอักเสบและติดเชื้อภายในร่างกาย เพื่อความแข็งแรงของเซลล์ต่าง ๆ 

           ธาตุเหล็ก  เป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งในการสร้างเม็ดเลือดแดง จึงช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งมีเลือดฝาด ทองแดงช่วยในการสร้างคอลลาเจน สังกะสี ช่วยในการซ่อมแซมคอลลาเจนที่สึกหรอ เสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ และช่วยรักษาสิวด้วยค่ะ

           โปรตีน  หนึ่งในอาหารหลักห้าหมู่ที่เรียนกันมาตั้งแต่สมัยประถม เป็นสารอาหารสำคัญในการสร้างเนื้อเยื่อ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในอวัยวะต่าง ๆ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ผิว รวมไปถึงเส้นผม ใครคิดจะมองข้ามก็ลองตัดสินใจใหม่นะคะ
 มาดูในกลุ่มของพวกวิตามินต่าง ๆ กันบ้างค่ะ คุณประโยชน์ของวิตามินในแง่ความสวย ความงาม ก็อย่างเช่น

           วิตามินดี  พบมากในน้ำมันตับปลา ตับ นม เนย แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าก็ช่วยให้ร่างกายสร้างวิตามินดีได้ วิตามินดีมีหน้าที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม คงยังไม่ลืมว่า แคลเซียมมีส่วนช่วยสร้างความแข็งแรงให้เส้นผมและเล็บยังไงล่ะคะ

           วิตามินเค  พบมากในตับวัวและผักใบเขียว เช่น ผักกาดหอม กะหล่ำปลี นอกจากนี้แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ของคนเรายังสังเคราะห์ขึ้นได้ด้วย วิตามินเคมีหน้าที่สร้างโปรตีนหลายชนิด ที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด ส่วนในแง่ความสวยงามช่วยให้รอยเส้นเลือดขอด หรือเส้นเลือดฝอยแตกบนผิวจางลง อีกทั้งยังช่วยเยียวยาผิวที่ถูกแสงแดดทำร้ายให้หายเร็วขึ้น

           วิตามินบี เป็นต้นว่า วิตามินบี 3 ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและทำให้ผิวหนังไม่ซีด วิตามินบี 5 ช่วยลดริ้วรอยต่าง ๆ ของผิวพรรณ วิตามินบี 9 (หรือกรดโฟลิก) ช่วยในเรื่องการแบ่งและเจริญเติบโตของเซลล์ และมีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง จึงช่วยให้ผิวพรรณดูผ่องใสมีสุขภาพดี วิตามินบี 12 ทำงานร่วมกับกรดโฟลิกในการช่วยบำรุงและแบ่งเซลล์

           สารอาหารสำคัญที่จะลืมไม่ได้อีก 3 ตัว ถ้าไม่กล่าวถึงเห็นจะเชยแย่ก็คือ วิตามินเอ ซี และ อี วิตามินเหล่านี้เป็นสารแอนดี้ออกซิแดนท์ที่สำคัญ ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเสื่อมของผิวหนัง

          หลายท่านอาจสงสัยว่า "อนุมูลอิสระ" คืออะไร ปกติในร่างกายของคนเราจะเกิดสารอนุมูลอิสระจากการเผาผลาญอาหาร หรือขบวนการทางเคมีในร่างกายอยู่แล้ว แต่ก็จะมีกลไกควบคุมไม่ให้สารเหล่านี้เกิดอันตรายต่อร่างกาย โดยร่างกายจะสร้างสารต้านอนุมูลอิสระขึ้นต่อต้าน แต่บางภาวะ ถ้าเกิดความไม่สมดุลระหว่างอนุมูลอิสระและสารต้านอนุมูลอิสระแล้ว ก็จะเกิดผลเสียต่อร่างกายได้ โดยสารอนุมูลอิสระส่วนเกินที่เกิดขึ้นเชื่อว่า เป็นต้นเหตุหนึ่งของภาวะหรือโรคหลาย ๆ ชนิด รวมทั้งการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังของคนเราด้วยล่ะ
 
           วิตามินเอ  พบมากในผักใบเขียวและสีเหลือง ได้แก่ ผักใบเขียวต่าง ๆ แครอท ฟักทอง มะละกอ ส้ม สับปะรด ช่วยป้องกันการเสื่อมอายุของผิวหนังกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิว ช่วยให้ริ้วรอยบนผิวลดเลือนลงและบรรเทาการเกิดสิวได้ด้วย

           วิตามินอี  พบมากในวีทเจิม ซีเรียล น้ำมันพืช ไข่แดง เนยสด ช่วยชะลอเซลล์ผิวแก่ก่อนวัย ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น ลดการอักเสบ

           วิตามินซี  พบมากในมะเขือเทศ ฝรั่ง ส้มทุกชนิด มะขามเทศ มะขามป้อม สตรอเบอร์รี่และผักใบเขียว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวเรียบตึง ไร้ริ้วรอยและช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิต ทำให้ผิวเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้น

           ส่วนที่จะลืมไม่ได้อีกประการก็คือ การดื่มน้ำสะอาดเพียงพอ น้ำเป็นปัจจัยสำคัญมากในการบำรุงผิวพรรณ คุณควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้วต่อวันจะช่วยให้ผิวพรรณไม่แห้ง เต่งตึงสดใส ส่วนพวกชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่าเหมาว่าเป็นของเหลวเหมือนกัน ควรงดดื่มไปจะดีกว่า เพราะเป็นตัวบ่อนทำลายเซลล์ผิวหนังให้แก่ก่อนวัยอันควร

           เลือกกินให้เป็นให้ได้สารอาหารครบถ้วน มีส่วนช่วยเสริมสร้างความงามได้แน่นอน มาเริ่มปฏิบัติการสวยจากภายในกันเถอะค่ะ
                                                    
                                                     

เอาวิธีทำต้มยำกุ้งมาฝาก

10 วิธีกินเพื่อสุขภาพ

                                                          


ในแต่ละวันเราจำเป็นต้องรับประทานอาหารมากมาย มีคำแนะนำจากหลายสำนักให้กินนั่น ห้ามกินนี่จนไม่รู้จะเชื่อใครดี วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ ของการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพอย่างเต็มที่มาฝาก

1. กินอาหารเช้า เป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ส่งผลต่อจิตใจ และพลังชีวิตของคุณไปตลอดทั้งวัน และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น ทำให้คุณกินอาหารในมื้ออื่นๆ น้อยลง
2. เปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร ยอมจ่ายแพงสักนิดใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันดอกทานตะวัน ปรุงอาหารแทนน้ำมันแบบเดิมที่เคยใช้ เพราะเป็นไขมันที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย และมีกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี
3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น คนเราควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อย (ยกเว้นในรายที่ไตทำงานผิดปกติ) เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย ฟื้นฟูระบบขับถ่าย รักษาระดับความเข้มข้นของเลือด จะทำให้สดชื่นตลอดวันเลยทีเดียว
4. เสริมสร้างแคลเซียมให้กับกระดูก ด้วยการดื่มนม กินปลาตัวเล็กทั้งตัวทั้งก้าง เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักใบเขียว เพราะแคลเซียมเป็นสิ่งจำเป็นที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ระบบประสาททำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
5. บอกลาขนมและของกินจุบจิบ ตัดของโปรดประเภทโดนัท คุกกี้ เค้กหน้าครีมหนานุ่ม ออกจากชีวิตบ้าง แล้วหันมากินผลไม้เป็นของว่างแทน วิตามิน และกากใยในผลไม้ มีประโยชน์กว่าไขมัน และน้ำตาลจากขนมหวานเป็นไหนๆ
6. สร้างความคุ้นเคยกับการกินธัญพืชและข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน ข้าวฟ่างและลูกเดือย รวมทั้งข้าวกล้องที่เคยคิดว่าเป็นอาหารนก ได้มีการศึกษาและค้นคว้าแล้ว พบว่า ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียว เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และควบคุมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล
7. จัดน้ำชาให้ตัวเอง ทั้งชาดำ ชาเขียว ชาอู่ล่ง หรือเอิร์ลเกรย์ ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ การดื่มชาวันละ 1 ถึง 3 แก้ว ช่วยลดอัตราเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารถึง 30%
8. กินให้ครบทุกสิ่งที่ธรรมชาติมี คุณต้องพยายามรับประทานผักผลไม้ต่างๆ ให้หลากสี เป็นต้นว่า สีแดงมะเขือเทศ สีม่วงองุ่น สีเขียวบล็อกเคอรี สีส้มแครอท อย่ายึดติดอยู่กับการกินอะไรเพียงอย่างเดียว เพราะพืชต่างสีกัน มีสารอาหารต่างชนิดกัน แถมยังเป็นการเพิ่มสีสันการกินให้กับคุณด้วย
9. เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักปลา การกินปลาอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ได้ทั้งความฉลาดและแข็งแรง เพราะปลามีกรดไขมันโอเมก้า 3 และโปรตีน ที่ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และบำรุงเซลล์สมอง ทั้งยังมีไขมันน้อย อร่อย ย่อยง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหุ่นเพรียวลมเป็นที่สุด
10. กินถั่วให้เป็นนิสัย ทำให้ถั่วเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่คุณต้องกินทุกวัน วันละสัก 2 ช้อน ไม่ว่าจะเป็นของหวานของคาว หรือว่าของว่างก็ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญๆ หลายชนิด ต่างพากันไปชุมนุมอยู่ในถั่วเหล่านี้ ควรกินถั่วอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรกินครั้งละมากๆ เพราะมีแคลอรี่สูง อาจทำให้อ้วนได้
   ถ้าปฏิบัติให้ได้ครบทุกข้อตามคำแนะนำข้างต้นนี้จนเป็นนิสัย สุขภาพดีๆ จะไปไหนเสีย !!

วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เคล็ดลับสุขภาพ

ประโยชน์ของอาหาร















สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องกินอาหาร อาหารช่วยให้ร่างกายเติบโตและมีสุขภาพอนามัยที่ดี มีพลังงานในการเคลื่อนไหวและทำงานได้ อาหาร คือ สิ่งที่รับประทานเข้าสู่ร่างกายแล้ว ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย สารอาหารคือ สิ่งที่มีคุณค่าในอาหารซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย สารอาหารแบ่งเป็น 5 ประเภท ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ ไขมัน


1. ประโยชน์ของอาหาร อาหารแต่ละชนิด นอกจากมีสารอาหารที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย แล้วยังมีน้ำอยู่ด้วย น้ำเป็นสิ่งสำคัญและมีประโยชน์ต่อร่างกาย ร่างกายขาดน้ำไม่ได้ เพราะน้ำช่วยนำอาหารไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และช่วยควบคุมระบบการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ เช่น ระบบการย่อยอาหาร การหมุนเวียนของโลหิต การขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย นอกจากนี้น้ำยังช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้เป็นปกติและทำให้ผิวพรรณสดชื่นด้วย อาหารมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง เช่น


1.1. ช่วยทำให้ร่างกายเจริญเติบโต อาหารจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ สมอง กระดูก ผิวหนัง เส้นผม หลอดเลือดและอวัยวะต่าง ๆของร่างกาย ทำให้โตขึ้น มีน้ำหนักมากขึ้น

1.2. ให้พลังงานและความอบอุ่นแกร่างกาย ไม่ว่าเดิน วิ่ง ทำงานหรือใช้ความคิด แม้แต่เวลาหลับ อวัยวะบางอย่างก็ยังคงทำงานอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ได้หยุด และยังต้องการพลังความร้อนช่วยให้อบอุ่น


1.3. ซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ที่สึกหรอของร่างกาย ส่วนต่าง ๆของร่างกายต้องทำงานอยู่เสมอ ทำให้เกิดการสึกหรอและเสื่อมสลายไป อาหารจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของอวัยวะต่าง ๆ ให้ทำงานได้ปกติ อาจมีการสร้างเนื้อหนังเพิ่มขึ้นมาบ้าง ทำให้อ้วนขึ้น แต่ไม่สูงขึ้น


1.4. ทำให้ส่วนต่าง ๆของร่างกายทำงานได้ตามปกติ อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายต้องการอาหารไปบำรุงให้เจริญเติบโตได้เต็มที่มีสภาพสมบูรณ์แข็งแรง เพื่อที่จะทำงานได้ตามหน้าที่ ถ้าร่างกาย ขาดอาหารอวัยวะบางส่วนจะไม่สามารถทำงานได้ตามปกติหรือเกิดโรคได้เช่นโรคคอพอก เป็นต้น


1.5. สร้างความต้านทานโรคให้แก่ร่างกาย เมื่อกินอาหารทีมีประโยชน์ สะอาดและเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย จะทำให้ร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ จิตใจ ก็สดชื่นแจ่มใส ย่อมมีความต้านทานโรคได้ดีหรือถ้าเจ็บป่วยก็มีอาการไม่รุนแรงมากนัก นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรค